ดอกปทุมมา

 

เป็นไม้ดอกเมืองร้อน ที่มีมูลค่าการส่งออกประมาณ
15-30 ล้านบาทต่อปี
โดยประเทศไทยส่งออกปทุมมาในรูปของหัวพันธุ์
ไปยังต่างประเทศ
ซึ่งชาวต่างประเทศโดยเฉพาะ เนเธอร์แลนด์
จะรู้จักปทุมมาเป็นอย่างดี
จนกระทั่งมีการขนานนามความสวยงามของดอกปทุมมา
ซึ่งมีลักษณะคล้ายดอกทิวลิป ว่า ...
สยามทิวลิป (Siam of Tulip)

การปลูกและดูแลรักษา

          ปทุมมาเป็นไม้ดอกตระกูลขิงและข่า ขยายพันธุ์โดยการใช้หัวปลูก

          สภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมกับปทุมมา ต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีการระบาด ของโรคหัวเน่า ไม่เป็นพื้นที่ที่เคยเป็นโรคระบาดในพืชตระกูลขิง มะเขือ มันฝรั่ง และยาสูบ พื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง การคมนาคมสะดวก สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ดินมีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 6.5-7.0 อุณหภูมิที่เหมาะสม 20-30 0 C ในช่วงกลางคืน เป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัด ปทุมมาต้องการน้ำในช่วงการเจริญเติบโต และให้ดอก

          การเตรียมหัวพันธุ์ปทุมมา ต้องเป็นหัวพันธุ์ที่ปลอดโรคและไม่มีปุ่มปมอัน เนื่องมาจากไส้เดือนฝอย ควรมีการคัดขนาดหัวพันธุ์และแยกหัวขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1.5 ซม . หัวขนาดกลางมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-1.5 ซม . และหัวขนาดเล็กมีเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 1 ซม . นำหัวมาบ่มในกระบะเพาะ ซึ่งมีวัสดุปลูกเป็นทราย หรือแกลบ หรือขุยมะพร้าว ที่มีความชื้น ประมาณ 70 % โดยกระบะเพาะไม่ถูกแสงแดดจัด คัดหัวพันธุ์ที่งอกหน่อขนาดเท่ากัน ปลูกในแปลงเดียวกัน

          การปลูกปทุมมา สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ การปลูกลงแปลง และการปลูกลงถุง

          การปลูกลงแปลง การเตรียมดินควรเก็บซากพืชในแปลงและเผาทิ้ง ไถดิน 1 ครั้ง ตากดิน 20-30 วัน เก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง ใช้ยูเรียผสมปูนขาว อัตราส่วน 1 10 ปริมาณ 850 กก . / ไร่ ใส่ลงดิน ไถครั้งที่ 2 แล้วจึงไถพรวนยกร่อง อัดหน้าดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม คลุมแปลงด้วยพลาสติกใสนาน 15 วัน แปลงที่ปลูก ควรแบ่งเป็นแปลงๆละ 1 งาน แปลงย่อยยกสูง 20-30 ซม . กว้าง 1-1.5 เมตร เว้นช่องทางเดิน 0.5 เมตร ระยะปลูก 30x30 ซม. อัตราหัวพันธุ์ 8,000-10,000 หัว/ไร่ หลุมปลูกควรรองหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา 15 กรัมต่อหลุม ปลูกลึก 7-10 ซม . แล้วจึงกลบดินคลุมด้วยฟาง

การปลูกลงในถุง วัสดุปลูกที่ใช้ คือ ทราย : แกลบดิบ หรือขุยมะพร้าว : ถ่านแกลบ อัตรา 1:1:1 ผสมให้เข้ากัน หมักกองไว้กลางแสงแดด สูงประมาณ 20-30 ซม . ผสมน้ำให้ชุ่ม คลุมด้วยพลาสติกใสนาน 1 เดือน เพื่ออบฆ่าเชื้อโรคหลังจากนั้นจึงนำวัสดุปลูกใส่ลงในถุงพลาสติกสีดำขนาด 6x12 นิ้ว วางถุงปลูกบนแปลงที่ยกสูงจากพื้น 20-30 ซม . ปูพื้นแปลงด้วยแกลบดิบหรือคลุมพลาสติกใส หน้าแปลงควรมีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้มีการระบายน้ำดีหลังจากนั้น ใช้หัวพันธุ์ขนาดใหญ่ 1 หัวที่มีตุ้มสะสมอาหาร 2-3 ตุ้ม ปลูกลงในถุงพลาสติก

โรค โรคหัวเน่า หรือโรคเหี่ยวเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ลักษณะอาการของต้น ใบแก่ที่อยู่ด้านล่าง จะห่อม้วนเป็นหลอดคล้ายอาการขาดน้ำ โคนต้นและหน่อที่แตกออกใหม่มีลักษณะช้ำฉ่ำน้ำ หรืออาการเนื้อแก้ว ต้นเน่าหักพับเมื่อดึงหลุดออกจากหัวง่าย อาการหัวและรากเน่า ฉ่ำน้ำ สีน้ำตาลเข้ม บีบหัวจะเห็นเป็นของเหลวสีน้ำนมตรงรอยแผล ช่วงการระบาดในช่วงฤดูฝนที่ดินมีความชื้นสูง การป้องกันกำจัด ก่อนปลูกควรเลือกพื้นที่ที่ไม่เคยปลูกพืชอาศัยตระกูลขิงและข่า ควรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกก่อนปลูก 3 เดือน ไถดินตาก 1 เดือน เก็บตัวอย่างดินส่งวิเคราะห์ก่อนปลูก ต้องปรับความเป็นกรดเป็นด่าง 6.5-7.0 ใช้หัวพันธุ์ที่ปลอดโรค ช่วงต้นพืชเจริญเติบโตให้หมั่นตรวจแปลง เมื่อพบต้นเป็นโรค ให้เผาทิ้ง และขุดดินผึ่งแดดใส่ปุ๋ยยูเรียและปูนขาว อัตรา 1:10 คลุกกับดินกลบทิ้งไว้ ไม่ควรให้รากพืชเกิดบาดแผล หลังเก็บหัวให้เก็บเศษต้นปทุมมาเผาทำลาย ถ้าพบเป็นโรคต้องงดการปลูกในครั้งต่อไป นาน 3 ปี ให้ปลูกพืชหมุนเวียนได้แก่ ข้างโพด ข้าวฟ่าง ข้าว